สัตว์ป่าในอินเดียฆ่ามนุษย์มากขึ้นเพราะแรงบีบคั้น

รายงานของรัฐบาลอินเดียระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสัตว์ป่าในประเทศอย่างน้อยวันละ 1 คน ซึ่งเป็นผลจากการที่มนุษย์บุกรุกแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ามากขึ้น กดดันให้พวกมันต้องเพิ่มการป้องกันตัวเอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่ากระทรวงสิ่งแวดล้อมของอินเดียรายงานเมื่อวันอังคาร ว่าสถิติการเสียชีวิตของประชาชนที่เป็นผลจากการเผชิญหน้ากับสัตว์ ในรอบ 1,443 วันที่ผ่านมา หรือระหว่างเดือนพ.ค. 2557 ถึงเดือนพ.ค. ปีนี้ อยู่ที่ 1,144 คน หรือโดยเฉลี่ยจะมีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสัตว์คือเสือและช้างป่าอย่างน้อยวันละ 1 คน แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตจากช้างป่า 1,052 คน และเสือ 92 คน ขณะที่รัฐเบงกอลตะวันตก ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ เป็นรัฐที่พบผู้เสียชีวิตมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ภายในช่วงเวลาเดียวกันพบว่ามีเสือ 345 ตัว และช้างป่า 84 ตัว ตายจากฝีมือมนุษย์ ส่วนใหญ่เป็นการล่าเพื่อเอาชิ้นส่วน อาทิ งาช้าง  ซึ่งรายงานของกระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุด้วยว่า การรุกล้ำหรือบุกรุกพื้นที่ป่าของมนุษย์นอกจากเป็นการทำลายความสมดุลของระบบนิเวศแล้ว ยังส่งผลให้สัตว์ป่าต้องเพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ รัฐบาลจึงร่วมมือกับองค์กรด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติหลายแห่ง ในการจัดตั้งแคมเปญเพื่อหาทางลดความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังและการกระตุ้นจิตสำนึกของมนุษย์ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ด้านรายงานของสำนักงานสถิติอาชญากรรมแห่งชาติระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสัตว์เกือบ 950 คน เฉพาะเมื่อปี 2558 แต่ไม่มีการระบุลงในรายละเอียดอย่างชัดเจน ว่าเป็นสัตว์ชนิดใดบ้าง ส่วนรายงานของสมาคมพิทักษ์สัตว์ป่าแห่งอินเดีย ( ดับเบิลยูพีเอสไอ ) ระบุว่ามนุษย์ฆ่าสัตว์ป่าอย่างน้อย 1,436 ตัว

ปัจจุบันอินเดียเป็นบ้านของช้างป่าเกือบ 30,000 ตัว และยังเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรเสือราว 70% ของทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก และสามารถเพาะพันธุ์จนเพิ่มขึ้นจาก 2,226 ตัว เมื่อปี 2557 เป็น 3,891 ตัว เมื่อปีที่แล้ว ตามข้อมูลจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ( ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ). ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

admin

admin wrote 87 posts

Post navigation